กรองร้อยถ้อยคำ

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เพลงมาร์ชโรงเรียนเทศบาล 6 ( วัดป่ารวก )




             โรงเรียนเทศบาล วัดป่ารวก                    มุ่งคิดบวกสร้างสังคมสมศักดิ์ศรี
สีม่วงขาวพราวเด่นมากไมตรี                                  เราน้องพี่มีมารยาทอันงดงาม
             กิริยาวาจาดีเป็นที่หนึ่ง                            จิตสูงซึ้งเคารพครูคู่สยาม
ม่วงหนักแน่น เอื้อเฟื้อ ในทุกยาม                            ขาวแสนงามบริสุทธิ์สถาบัน
            พวกเราเก่งล้ำเลิศเชิดศักดิ์ศรี                      ทั้งดนตรีกีฬาสมานฉันท์
วิชาการคู่วินัยให้ชีวัน                                           สร้างสรรค์อนาคตอันก้าวไกล
            มากันเถิดน้องพี่สีม่วงขาว                          ร่วมสร้างชื่อพราวพร่างอย่างสดใส
เป็นพลังสร้างสังคมสมเป็นไทย                                ให้ยิ่งใหญ่คู่นครเขลางค์เมือง
            อยู่แห่งหนที่ไหนให้มีรัก                             แจ้งประจักษ์เทศบาล แสนฟุ้งเฟื่อง
เราทุกคนลูก ท.จะรุ่งเรือง                                    แสนปราชญ์เปรื่องการศึกษาพาเจริญ
            ท. ก้าวไกลไปข้างหน้า                            การศึกษาพัฒนาสู่จุดหมาย
ธงม่วงขาวพร่างพลิ้วแสนเพริศพราย                          ตราบชีพวายเราหวงแหนแดนนี้เอย
 


                                                   Mamomcandy  แต่งเนื้อร้อง เมื่อ พ.ศ. 2553
                                                   ธราพงษ์  เกิดเวียงใหม่       ขับร้องและทำนอง

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เพลงสำหรับครูกรรณิการ์


นึกถึงวันก่อนเก่า
          ที่พวกเรามีเสียงหัวเราะสรวลสัน
          ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน
          มีเรื่องขำขันนินทานักเรียน
                   ทุกทุกเช้าเรามายืนคุยกัน
                   แลกเปลี่ยนความคิดเรื่องราวก่อนเข้าทำงาน
                   พอถึงกลางวัน ก็พากันไปโรงอาหาร
                   เย็นกลับบ้านผ่านมาเนิ่นนาน
                             *กิจทุกอย่างร่วมกันสร้างสรรค์
                             ครูกรรณิการ์ร่วมกัน ครูป้าผู้ใจดี
                             มีน้ำใจอ่อนโยนช่วยเหลือทุกที
                             สอนเด็กให้มีคุณธรรมประจำในใจ
                   ดอกกรรณิการ์สีขาว หอมพร่างพราวยามรัตติกาล
                   ผู้ปิดทองหลังพระประธาน
                   ถึงวัยเกษียณพักผ่อนอยู่กับบ้าน
                   ทิ้งผู้ร่วมงานให้คิดถึงอยู่ร่ำไป
                             หวังเป็นดังเช่นวันวาน
                             เทศบาลหกจะก้าวข้ามผ่าน
                             วันเวลาที่ช่างงดงามเนิ่นนาน
                             เราเคยสุขใจร่วมกันกรรณิการ์...(ครูกรรณิการ์)

                                                                         Mamomcandy        เนื้อร้อง     
                                                             ปฏิญญา ตั้งตระกูล      ขับร้องและทำนอง


                                               

มุทิตาจิตแด่..คุณครูกรรณิการ์ สารสมบูรณ์



                            กรรณิการ์ดอกขาวบริสุทธิ์               บอบบางดุจน้ำค้างกลางแขไข
กลิ่นหอมหวนกลางคืนช่างชื่นใจ                    เปรียบดอกไม้ก็งามตามชื่อคน
หกสิบแล้วพี่การ์ผู้น่ารัก                                   ทั้งดวงพักตร์รอยยิ้มพริ้มทุกหน
ช่างใจดีมีน้ำใจช่วยเหลือคน                             มิเคยบ่น คือ ครูกรรณิการ์
ปูชนียบุคคลแห่งทอหก                                    มักหยิบยกให้คำสอนรุ่นน้องหนา
ผู้บุกเบิกสอนทอหกเริ่มต้นมา                          ร่วมพัฒนาโรงเรียนด้วยสุขใจ
บางครั้งเป็นผู้ปิดทองหลังพระ                         รับภาระทำงานหนักเบาไหว
ศิษย์ทุกคนผู้ร่วมงานต่างปลื้มใจ                      มีผู้ใหญ่คือครูป้าผู้ใจดี
จากวันนี้พี่การ์จะเกษียณ                                  อายุเปลี่ยนเพียงเลขจงสุขศรี
ทอหกเรายังระลึกถึงคุณพี่                                ต่อแต่นี้ขาดพี่การ์มาทำงาน
แต่อย่างไรทุกท่วงท่าวาจาเพราะ                      จะเสนาะในใจทุกสถาน
คนทอหกและคนเทศบาล                                ไม่ลืมกาลผ่านมาประทับใจ
ขอขอบคุณที่มีพี่กรรณิการ์                               ชุบชีวาชาวทอหกให้สดใส
ต่อแต่นี้พี่พักผ่อนสบายใจ                                 เราขอให้พี่พบสุขทุกคืนวัน
                                                                          ด้วยรักและผูกพัน… Mamomcandy
                                                                                         กันยายน 2557

วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

“พระแม่แห่งแผ่นดิน ทรงสอนศิลป์เสริมศาสตร์”





                                        ภาพจาก http://www.oknation.net/blog/pakapoo/2009/08/12/entry-2

วสันตดิลกฉันท์ ๑๔ 

                อ้าองค์พระมาตุรนิรันดร์                    อุระมั่นพระเมตตา
        ยิ่งยืนพระชนมวสา                                  ธุระเอื้อผดุงคน
                ทรงสอนและส่งวิจิตศิลป์                    บ่มิสิ้นฤทัยดล
        เสริมศาสตร์และเอื้อนิกรโพ้น                       หิตผล ณ ผองไทย
                เพริศแพร้วพระอัจฉริยะล้ำ                 ธ แนะนำวิธีให้
        ปวงราษฎร์สิซึ้งพระหฤทัย                          คุรุกรรม ธ ทรงมี
                ช่วยเหลือประชาคุณุปการ                  บริบาลประเพณี
        เคียงคู่บรมคุรุบดี                                    สุภสิ่ง ลุ แผ่นดิน
                สอนศิลป์และเสริมศิลปศาสตร์             ถิระชาติมิรู้สิ้น
        เอกองค์อนงค์กิติบดินทร์                            สิริกิตติ์ ธ เกื้อกูล
                ขอเทพพิสิฐจตุรพร                          ภยร้อนมลายสูญ
        เปล่งรัศมิ์เกษมกิรติพูน                              นิรทุกข์นิรันดร์เทอญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
                                     ข้าพระพุทธเจ้า “Mamomcandy


                                                                 ประพันธ์ไว้เมื่อ  ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เศรษฐกิจพอเพียงของพระผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดิน

วสันตดิลกฉันท์ ๑๔ 
                        
                             อ้าองค์พระยิ่งนฤบดินทร์           สยมินทร์พระภูไท
                ปวงข้าประจักษ์ ณ หฤทัย                  มหชน ณ ชาวเรา
                        ช่วยเหลือประชานรก็ชื่น            ละสะอื้นจะบรรเทา
                หลักเศรษฐกิจวิริยะเอา                     ทนุราษฎร์ผดุงชน
                        พอเพียงพระทรงวจนะสอน        นะระกรประสบผล
                อยู่ดีมิอดวิริยะทน                           ก็จะพ้นพิภัยพาล
                        เป็นครูและรู้วิทยกล้า               ธ นำพาวิถีฐาน
                แนวทางกระจ่างพัฒนดาล                 นวทฤษฎีไกล
                        ทรงเปี่ยมมหัจฉริยเลิศ              ชนเทิดมิรู้คลาย
                เอกองค์บรมครุไผท                         คุณะธรรมคุณากร
                        ขอองค์พระพุทธปฏิมา              คณนาประธานพร
                ให้ทรงเกษมวรบวร                          นิรโรคะภัยเทอญ

 ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
               ข้าพระพุทธเจ้า “Mamomcandy


                                                                 ประพันธ์ไว้เมื่อ  ๖ ตุลาคม ๒๕๕๔

วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

นิราศเมืองเลย



   


  




         ก็ถึงกาล ห่างไกล เมืองเลยแล้ว  เสียงเจื้อยแจ้ว แว่วสำเนียง เพียงข้างหลัง
ถ้อยคำพูด จับใจ เมื่อได้ฟัง                      ฝากความหวัง จะกลับมา ถ้ายังรอ
เข้าด่านซ้าย ไปภูเรือ ถึงเชียงคาน              เมื่อวันวาน ยังแว่ว ฮั่นแน้วก๋อ
ประทับใจ แก่งคุดคู้ ผู้โค้งงอ                    หน้าที่หนอ กั้นกลาง แดนลาวไทย
โอ้ถนน คนเดินเท้า ก้าวเดินแล้ว               ช่างสมแนว อบอุ่น อีกสดใส
ผู้คนเดิน กินเที่ยว สบายใจ                     คนทุกวัย แย้มยิ้ม ปริ่มอุรา
พอตื่นเช้า ขึ้นมา ตอนฟ้าเปิด                   แสนล้ำเลิศ ร่วมกัน ทำบุญหนา
ได้ตักบาตร ข้าวเหนียว กับน้องยา             วาสนา ร่วมกัน ทุกวันวาร
แล้วนิราศ จากจร เชียงคานน้อง                ได้มาล่อง ลงแพ อ่างน้ำหมาน
แผ่นน้ำกว้าง สุดตา ใจแช่มบาน                วันคืนผ่าน ห่างไป ใจยังตรึง
อากาศหนาว หมอกเย็นเยือก เลือกกอดน้อง ต่างประคอง ภูเรือหมาย ไปให้ถึง
สวยงามยิ่ง อิงแอบ ภูกระดึง                    ไม่อยากถึง เวลาจาก พรากความงาม
ยานยนต์คล้อย เคลื่อนมา ชายป่าแล้ว         เห็นแต่แนว ไม้ใหญ่ ให้เกรงขาม
สงบเย็น ในวัดป่า ห้วยลาดงาม                 ยลทุกยาม สามโลกก้อง ซร้องศรัทธา
ที่ด่านซ้าย ไหว้พระธาตุ ศรีสองรัก             เป็นประจักษ์ สักขี ปรารถนา
จ้าวลาวไทย ร่วมใจสร้าง กลางคงคา           ป้องนครา เพื่อสัญญา สัจจะกัน
ถัดลงไป วัดใหญ่ ที่ใกล้ชิด                       เนรมิต วิปัสสนา ดั่งสวรรค์
ทั่วเขตคาม งามสง่า พุทธาพลัน                 มุ่งจิตอัน สงบเย็น เห็นเมืองแมน
อยู่กับวัน ปัจจุบัน ขณะนี้                        ทำความดี ก่อนดับไป ใจสุขแสน
หมั่นทำทาน มีศีลธรรม ล้ำเลิศแทน       คนทั่วแคว้น ประสบสุข ทุกข์ผ่อนคลาย


วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

กับดักทางความคิดในห้องเรียน


วันหนึ่ง ไอสไตน์ถามนักเรียนว่า 
          "มีคนซ่อมปล่องไฟสองคน กําลังซ่อมปล่องไฟเก่า พอพวกเขาออกมาจากปล่องไฟ
       ปรากฏว่า คนหนึ่งตัวสะอาด อีกคนตัวเลอะเทอะ เต็มไปด้วยเขม่า ขอถามหน่อยว่า

       คนไหนจะไปอาบน้ำก่อน"




นักเรียนคนหนึ่งตอบว่า  "ก็ต้องคนที่ตัวสกปรกเลอะเขม่าควันสิครับ"
ไอสไตน์ พูดว่า            "งั้นเหรอ คุณลองคิดดูให้ดีนะ คนที่ตัวสะอาด เห็นอีกคนที่ตัว
        สกปรกเต็มไปด้วยเขม่าควัน เขาก็ต้องคิดว่าตัวเองออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน
        ตัวเขาเองก็ต้องสกปรกเหมือนกันแน่ๆ เลย    ส่วนอีกคน เห็นฝ่ายตรงข้ามตัวสะอาด
        ก็ต้องคิดว่า ตัวเองก็สะอาดเหมือนกัน  ตอนนี้ ผมขอถามพวกคุณอีกครั้งว่า ใครที่จะ
         ไปอาบน้ำก่อนกันแน่"
นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า
          " อ้อ ! ผมรู้แล้ว พอคนตัวสะอาดเห็นอีกคนสกปรก ก็นึกว่าตัวเองต้องสกปรกแน่
แต่คนที่ตัวสกปรก เห็นอีกคนสะอาด ก็นึกว่าตัวเองไม่สกปรกเลย  ดังนั้นคนที่ตัวสะอาด
ต้องวิ่งไปอาบน้ำก่อนแน่เลย ..... ถูกไหมครับ...."
ไอสไตน์มองไปที่นักเรียนทุกคน   นักเรียนทุกคน ต่างเห็นด้วยกับคําตอบนี้
ไอสไตน์ ค่อยๆ พูดขึ้นอย่างมีหลักการและเหตุผล
                  " คําตอบนี้ก็ผิด ทั้งสองคนออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน จะเป็นไปได้ไงที่คนหนึ่งสะอาด อีกคนหนึ่งจะสกปรก   นี่แหละที่เขาเรียกว่า " ตรรก " เมื่อความคิดของคนเราถูกชักนําจนสะดุด  ก็จะไม่สามารถแยกแยะและหาเหตุผลแห่งเรื่องราวที่แท้จริงออกมาได้ นั่นคือ "ตรรก"

          จะหาตรรกได้ก็ต้อง กระโดดออกมาจาก    "พันธนาการของความเคยชิน"
                                                หลบเลี่ยงจาก    "กับดักทางความคิด"
                                                หลีกหนีจาก       "สิ่งที่ทําให้หลงทางจากความรู้จริง"
                                                ขจัด                   "ทิฐิแห่งกมลสันดาน"
           จะหา ตรรก ได้ก็ต่อเมื่อ คุณสลัดหมากทั้งหมด ที่คนเขาจัดฉาก วางล่อคุณไว้


                                  บทความจาก   http://www.unigang.com/Article/13088