กรองร้อยถ้อยคำ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มามอมเล่าเรื่อง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มามอมเล่าเรื่อง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

เรื่องเล่าในเช้าวันหนึ่ง





          ฉันอุ้มลูกหมาน้อยเมี่ยงคำเพศผู้ วัยสองเดือนเจ็ดวันออกมาขับถ่ายเวลาเช้าตอนหกโมงพอดีที่ลานจอดรถหน้าระเบียงบ้านที่ยกพื้นขึ้นมาด้วยบันไดสามขั้น ขณะที่น้องหมากำลังดมๆ ตรวจตราสถานที่ตามธรรมชาติอยู่นั้น  พี่มูมู่แมวไทยแท้เพศเมียวัยห้าขวบของฉันก็ตามออกมานอกบ้านแต่นางด้อมๆ มองๆ อยู่ตรงช่องลูกกรงเซรามิคของระเบียงบ้านอยู่           
“แผลว”
“ ปี๊บบบบบๆๆๆๆๆๆๆๆ”  
สองเสียงแทบจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน  น้องเมี่ยงคำชะงัก หางจุกตูด หน้าตาตื่นวิ่งมาหาฉันที่นั่งรออยู่ตรงบันไดขั้นที่สอง  ฉันหันขวับไปทางเสียง ภาพตรงหน้าคือเจ้ามูมู่พุ่งหลาวตรงๆ จากระเบียงหน้าบ้าน ลงไปที่พุ่มกอไม้ของกระถางต้นไม้ริมรั้วบ้าน แล้วนางก็กำลังคาบนกกางเขนตัวเขื่องไว้ในปาก หันตัวกลับกระโดดขึ้นบนระเบียงบ้าน    
“มูมู่ ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้นะ”
ฉันตะโกนอย่างตกใจ ไม่อยากให้มู่ทำบาป ไม่อยากเห็นเลือด ไม่อยากเก็บซากนก ขณะที่ฉันกำลังจะเดินไปขัดขวางนางอย่างเต็มที่ ในเวลา ณ ขณะเดียวกันนั้น
“แก๊กกกกๆๆๆ ปี๊ปปปๆๆๆ”
ฉันเงยหน้าขึ้นมอง ที่มาของเสียงจากระเบียงหน้าบ้าน ช่างเป็นภาพที่น่ามหัศจรรย์ใจ เพราะเกิดมาฉันพึ่งเห็นจากสายตาตัวเองจริงๆ
ฉันเห็นนกกางเขนตัวเขื่องหนึ่งตัว ตามติดด้วยนกกระจอกอีกหนึ่งตัว บินตามกันมาในระยะใกล้ชิด เหนือระเบียงบ้านฉันเล็กน้อยไม่สูงนัก ทั้งสองตัวมองต่ำลงมาที่ระเบียงบ้านฉัน  มันคงเห็นเพื่อนนกกางเขนในปากของเจ้ามูมู่  ทั้งสองเปล่งเสียงแปลกประหลาดหูมาก สมองฉันแปลความหมายทันทีว่าเป็นความตกใจ เป็นการแจ้งภัย เป็นการขอความช่วยเหลือ  
ทั้งภาพและเสียงเข้าสู่สายตาและสมองฉันเป็นฉากๆ อย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังนั่งชมภาพยนตร์สัตว์โลกอยู่ทีเดียว   มูมู่เห็นฉันวิ่งปราดมา พร้อมเสียงคำสั่งอันไม่เบาเลย นางคงตกใจหรือเผลอตัวอ้าปาก ทำให้นกกางเขนตัวเขื่องในปากของนางบินหลุดออกจากปาก บินถลาพุ่งกลับคืนไปที่พุ่มไม้ทันที
          ฉันรู้สึกโล่งอกโปร่งสบายอย่างบอกไม่ถูก เจ้ามูมู่ทำหน้าตื่นๆ แต่นางก็ไม่ได้ตามกลับลงไปหานกที่หลุดปากไป ส่วนนกโชคร้าย (โชคดี) ตัวนั้นฉันก็ไม่ทันสังเกตว่าบินไปไหนต่อแล้ว เพราะมัวแต่พะวงกับน้องเมี่ยงคำ กลัวว่าน้องจะเห็นเหตุการณ์ที่โหดร้ายหรือไม่ แต่น้องกลับบ้องแบ๊ว คงไม่เห็นอะไรเพราะมีขั้นบันไดบังอยู่
สักชั่วอึดใจ เหตุการณ์ต่อเนื่องจากฉากนั้นคือเสียงแปลกประหลาดที่ไม่เหมือนที่เคยได้ยิน เป็นเสียงนกต่างๆ มากมายเหนือบริเวณหน้าบ้านฉันส่งเสียงร้องไปทั่วบริเวณ ฟังแล้วเหมือนเสียงตะโกนคุยกันเพื่อบอกภัย หรือเล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนฟังด้วยภาษาของพวกเขานั่นเอง…….
          เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสามนาที แต่มันช่างประทับใจ ประหลาดใจสำหรับฉันมาก มันเป็นเรื่องจริงๆ ที่ฉันได้เห็นเป็นฉากๆ และทำให้ได้คิดว่า สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ย่อมจะมีสังคมของตน มีหน้าที่ของตน และดำเนินชีวิตทุกวันๆ ของตนไป ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นล่วงหน้าเลย  ธรรมชาติย่อมยิ่งใหญ่กว่าสิ่งมีชีวิตเสมอ  





วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

National Lisense ของแพทย์

     นักศึกษาแพทย์ ไม่ใช่ผู้ที่เรียนอย่างสบายๆ ในท่ามกลางความงดงามของวัย ความสนุกและสดใสของช่วงชีวิตของพวกเขา ถูกกำหนดให้ประกอบไปด้วยความรับผิดชอบหลากหลาย แต่พวกเขาก็คงจะชินและเรียนรู้ไปอย่างสร้างสรรค์ เรียนรู้ที่จะมีความรับผิดชอบ และเสียสละอย่างสูงในวันข้างหน้า ต่อชีวิตของผู้คนที่เจ็บป่วยหวังพึ่งหมอ และก็ยังต้องทำกิจกรรมอื่นอีกมากมายเหมือนนักศึกษาคณะอื่นๆ นอกเหนือจากการคร่ำเคร่งการเรียน 
     คนที่เรียนวิชาชีพแพทย์ต้องอยู่กับสิ่งไม่น่าพิสมัยไม่สวยงาม แต่อยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปอย่างชัดเจนต่อหน้าต่อตา จึงจำเป็นต้องอาศัยความมุ่งมั่น สร้างแรงบันดาลใจ และมีเป้าหมายที่ชัดเจน จึงจะอยู่กับมันได้อย่างมีความสุขและไม่รู้สึกว่าหนักจนเกินไป การสอบก็มีครั้งแล้วครั้งเล่าหลังการเรียน  และการสอบหนึ่งที่สำคัญของนักศึกษาแพทย์ก็คือการสอบที่จัดโดยแพทยสภา เพื่อให้พวกเขาได้เติบโตอย่างสมศักดิ์ศรีและสง่างามในวิชาชีพ นั่นคือการสอบ NL
      NL หรือการสอบ National Lisense ของนักศึกษาแพทย์คืออะไร  NL ก็คือใบประกอบวิชาชีพของหมอการ ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นของแพทยสภา ประกอบด้วยการรสอบ 3 ขั้นตอนแต่ละขั้นตอนมีจุดประสงค์ดังนี้    
     ขั้นตอนที่ เป็นการสอบเพื่อประเมินความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน (Basic Medical Sciences) ความรู้ pre-clinic ข้อสอบพรีคลีนิค มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานเบื้องต้นทางการแพทย์ (สอบหลังจบชั้นปีที่ 3 - เป็นขั้นที่ยากที่สุดในจำนวน 3 ขั้น) ถ้าสอบไม่ผ่านก็สอบใหม่ มีสอบปีละ 2 รอบ เดือนมีนาคมและเดือนตุลาคม
     ขั้นตอนที่ เป็นการสอบเพื่อประเมินความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก (Clinical Sciences) สอบเรื่องความรู้ทางคลีนิค โดยรวมทุกภาควิชา เช่น สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา,อายุรศาสตร์, ศัลยศาสตร์, กุมารเวชศาสตร์, และอื่นๆ (สอบหลังจบชั้นปีที่ 5) 
    ขั้นตอนที่ เป็นการสอบเพื่อประเมินทักษะและหัตถการทางคลินิก (Objective Structured Clinical Examination : OSCE) เป็นการสอบภาคปฏิบัติกับคนไข้จำลอง โดยทดสอบทักษะและหัตถการชั้นคลีนิค (สอบหลังจบชั้นปีที่ 6)
     การที่จะสอบ ขั้นที่ 3 ได้ต้องผ่านขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 เสียก่อน แต่ถ้าพลาดสอบขั้นที่ 1 ไม่ผ่าน ก็ยังสามารถสอบขั้นที่ 2 ได้ (ยังขึ้นไปเรียนปี 4 ได้)   ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องสอบผ่านทั้ง 3 ขั้นถึงจะได้ใบประกอบโรคศิลป์
     แพทย์จึงเป็นวิชาชีพชั้นสูง เป็นที่พึ่งของมนุษย์ทุกคนที่ต้องเดินทางเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฐ มนุษยมีเกิด มีแก่ มีเจ็บ และมีตายทุกเวลา เกิดมาเพื่อประกอบกรรมดี สะสมกรรมดีให้มากที่สุด เมื่อใช้ชีวิตอยู่ในร่างกายคน เมื่อป่วยเจ็บก็ต้องถึงเวลาซ่อมแซม ก่อนที่จะจากวัฏสงสารนี้ไป แพทย์คือที่พึ่งของการรักษาและซ่อมแซมร่างกายของคน ให้อยู่ได้เพื่อประกอบกรรมดีต่อๆ ไป
ภาพจาก https://pixta.jp/tags

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โคลงสี่สุภาพ ดอกปีบ


                             กาสะลองถ่องแท้           ปลิวลม  เจ้าเอย
                 มีกลิ่นหอมชวนดม                  ยิ่งแล้ว
                 สีขาวผ่องอารมณ์                   สดชื่น  ดังว่า
                 หอมกลิ่นโชยเพริดแพร้ว           แผ่วพริ้วยินดี
                         ดอกปีบมีชื่อแท้              โสภา จริงเฮย
                 กลีบคลี่สะอาดตา                   แจ่มล้น
                 ดุจหญิงหยิ่งกายา                   งามเด่น        
                 คุณค่ามีท่วมท้น                      ใช่แล้วกาสะลอง        
                    มามอมเห็นดอกปีบกลิ่นหอม สีขาวสวยร่วงลงพื้น เด็กคนหนึ่งเก็บมาวางเรียงเป็นรูปหัวใจดวงโต จึงได้แต่งร้อยกรองของมามอมขึ้นจากใจ  ปีปหรือกาสะลอง เป็นต้นไม้ยืนต้นที่มีลำต้นที่ดูแข็งแรง ร่มใบแผ่กว้างสวยงาม ดอกสีขาวกลิ่นหอมหวนชวนชื่นใจ และที่สำคัญยังเป็นไม้สมุนไพรที่ให้คุณค่ามากมาย ทั้งส่วนดอก ใบ และรากวันนี้ดอกปีบกำลังบานสะพรั่ง ขาวนวลทั้งต้น ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไปทั่วบริเวณ


ครูดีวิถีงาม


          Candy เป็นชื่อที่อาจารย์ฝรั่งของมามอมเป็นคนตั้งให้เมื่อมามอมยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งย้อนอดีตไปหลายสิบปีเหลือเกิน ท่านเรียกมามอมใน class ว่าแคนดี้เสมอ ท่านคงเห็นว่าเราตัวเล็ก ๆ (ตอนนั้น) ใส ๆ กระมังอยากจะยกตัวอย่างถึงการครองตัว ครองตน ของท่านอาจารย์ฝรั่งของมามอมท่านนี้...ท่านเป็นสุภาพสตรีที่ผอม สูง รูปร่าง หน้าตาสวยงาม ท่านมีวิถีชีวิตของการเป็นครูที่แท้จริง..มีความสมถะ เตรียมพร้อมด้านการสอน  มุ่งมั่นตั้งใจในการให้ศิษย์ได้รับความรู้ เป็นสาวโสดที่วางตัวดีท่ามกลางชายหนุ่ม ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ชายท่านเป็นชาวต่างชาติที่อยู่ไกลบ้านไกลเมืองของตน แต่ท่านก็ทำตัวเป็นกุลสตรีที่รักในการทำงานด้านการสอนซึ่งมามอมพบว่า ท่านไม่ได้สอนลูกศิษย์แค่วิชาที่เรียนเท่านั้น แต่ท่านสอนลูกศิษย์คนไทย ให้รู้ว่าผู้หญิงทำงานต้องทำตัวให้มีคุณค่าได้อย่างไรไปด้วยค่ะ….ตราบจนวันนี้ มามอมยังระลึกถึงท่านอยู่เสมอท่านคือครูของมามอม

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เลี้ยงลูกชายไม่ง่ายเลย

         เวลาลูกสาวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เปรียบดังดอกไม้ผลิบานในฤดูหนาว สดสวยละมุนละไม ในขณะที่ลูกชายเริ่มวัยแรกรุ่นด้วยเสียงที่แตกพร่า แขนขายาวเก้งก้าง ทำตัวออกห่าง พูดด้วยก็ไม่ค่อยฟัง ถามก็ตอบอย่างเสียไม่ได้ ดูไปคล้ายลูกม้าป่าพยศ อารมณ์หงุดหงิด พูดจาไม่เพราะขัดหูคนฟังชอบกล โดยเฉพาะกับพ่อแม่ คิดแล้วน่าหงุดหงิดใจพอประมาณ การใช้วิธีเข้มงวด บังคับด้วยกำลังไม่อาจกำราบลูกม้าป่าพยศนี้หรือคุมขังเขาไว้ได้ ไม่ช้าเขาก็จะแหกคอกไปเป็นอิสระตามสัญชาตญาณเรียกร้องภายใน
         เชื่อกันว่าช่วงเวลาในการเลี้ยงดูลูกชายที่เสี่ยงต่อความล้มเหลวมากที่สุดคือในช่วงวัยนี้ละค่ะ ฝันร้ายของพ่อแม่ที่มีลูกชายวัยรุ่น ก็คือกลัวลูกจะไปทำอะไรที่เป็นเรื่องเสี่ยง กินเหล้า ติดยา ฯลฯ พฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นได้หากพ่อแม่ไม่ได้หาช่องทางให้ลูกชายได้ระบาย พลัง ที่อัดแน่น หรือความเป็นผู้ชายออกมา ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความเป็นฮีโร่ ความเก่งกล้าสามารถในทางที่สร้างสรรค์ เพราะฉะนั้น เราต้องเปิดโอกาสให้เด็กผู้ชายได้ออกกำลังกายให้มากๆ และสอนเขาให้ควบคุมตัวเองไม่ให้ใช้กำลังรุนแรงกับเพื่อนหรือเด็กผู้หญิง เรื่องเหล่านี้พ่อแม่ควรให้ความใส่ใจมากกว่าไปจำจี้จ้ำไชเรื่องการเรียนเพียงอย่างเดียว
สักวันคงได้เห็นสายรุ้งที่สวยงาม หลังจากผ่านพ้นพายุได้ค่ะ



ภาพจาก  http://www.hugaz.com