กรองร้อยถ้อยคำ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รจเรขเสกบทความ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รจเรขเสกบทความ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2568

คนไทยผนึกกำลังอย่าตกหลุมพลางขะแมร์

          อันที่จริง ตัวเราก็ไม่ได้ปลื้มผู้บริหารประเทศและพรรคร่วมมากนัก เพราะมีหลายๆ เรื่องที่การบริหารเพื่อพวกพ้องมากกว่าประชาชน  แต่อย่างไรก็ตามในวิถีประชาธิปไตย ถ้าเป็นไปได้ก็ควรให้เขาได้ทำงานตามหน้าที่จนครบเทอม

          ขณะนี้ประเทศไทยของเรากำลังตกอยู่ในกับดักของนายฮุนเซน เพราะมันกำลังทำสงครามจิตวิทยากับคนไทย มีความตั้งใจอัดเสียงและปล่อยคลิปเสียงสนทนาระหว่างอิ๊งกับตัวมัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็น Psychological Warfare เชิงรุก เพื่อให้คนไทยเกลียดชังและบั่นทอนความเชื่อถือในตัวผู้นำไทย  นายฮุนเซนตั้งใจปั่นหัวให้คนไทยเกลียดกัน แตกคอกันเอง ประท้วงให้ยุบรัฐบาล และถ้าเกิดรัฐประหารได้ ก็ยิ่งเข้าทางที่มันต้องการ ประเทศไทยก็จะได้ตกอยู่ในภาวะสูญญากาศเดินทางล้าหลังไปอีกหลายก้าว นายฮุนเซนไม่ได้ต้องการแค่ให้คนไทยโกรธอิ๊ง  แต่มันต้องการให้คนไทยทะเลาะกันเอง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ยิ่งคนไทยทะเลาะเสียงแตกกันเท่าไร  ไอ้ขะแมร์ก็ยิ่งเข้มแข็งขึ้นเท่านั้น และคงนั่งขำกลิ้ง ภูมิใจในความหลักแหลมของตัวมันเอง

          คนไทยที่รักทุกคน อย่าให้ไอ้ขะแมร์เฒ่า มายิงเราด้วยคลิปเสียงการสนทนาเพียง 17 นาทีเลย ณ เวลานี้ คนไทยต้องรักกัน ปกป้องกันไว้ก่อน อย่าติดกับดักของไอ้ขะแมร์  และขอขื่นชมในตัวของผู้นำทหาร แม่ทัพภาคที่สองของไทยไม่ได้ติดกับดักนี้ไปด้วย เราคนไทยทุกคน ต้องผนึกกำลัง ร่วมมือกันจัดการกับไอ้ขะแมร์ให้สิ้นฤทธิ์ก่อน ไม่ต้องมีสัมพันธ์กันแล้ว อย่าตกหลุมพลางของมันหันมาทะเลาะกันเอง เมื่อจัดการมันได้แล้ว ก็ค่อยหันกลับมาจัดการให้เกิดสุขอนันต์กาลกับประเทศชาติของเราต่อไป ใครทำอะไรไม่ดีไว้ก็ค่อยมาจัดการแก้ไขกันไป

          อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญอย่างมากก็คือตัวคนไทยในชาติทุกๆ คน ถ้าเราไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป ฟังจากคำครหาของนักวิเคราะห์ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ได้วิเคราะห์วิพากษ์คนไทยบางส่วนแล้ว ก็นับได้ว่ามีส่วนถูกต้องอยู่ไม่น้อยเลย ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและวิถีชีวิตของตนเองคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่ "ขี้เกียจ" "มักง่าย" และ "รอคอยความหวัง" ด้านสถาบันครอบครัว...ปลูกฝังสั่งสอน ความมักง่าย ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม เลี้ยงเด็กตามมีตามเกิด บางคน แม้รวย ก็เลี้ยงดูลูกแบบตามใจ จนมากเกินไป เลี้ยงผิดๆ ถูกๆ บางบ้าน พูดจาหยาบคาย มึงกูกับลูกตั้งแต่เด็กๆ    ด้านความยากจน...หนักไม่เอา เบาไม่สู้ หมิ่นเงินน้อย คอยวาสนา บ้าเรื่องดวง งานไกลขี้เกียจไป อ้างว่าไม่มีรถขับ  งานใกล้ เงินน้อยขี้เกียจทำ   ด้านการศึกษา...เด็กบางคนถึงไม่สนใจการเรียน ไม่ชอบมีการบ้าน ไม่ชอบการสอบเก็บคะแนน เพราะมีพ่อแม่ไร้คุณภาพ เด็กหลายคนจึงไร้การศึกษาที่ดีและสูง มีเด็กวัยรุ่นเกเรมากมาย   ด้านสิ่งแวดล้อม...เลิกเผาป่า เลิกเผาขยะ แต่จิตสำนึกคนก็ยังน้อย ยังทำกันอยู่เรื่อยๆ จนเป็นนิสัย ฝุ่น PM2.5 จึงเป็นปัญหาทุกๆ ปี   ด้านความโกง-คอรัปชั่น​...ไม่ว่าจะคนรวย คนจน คนในระดับไหนไม่แตกต่างกัน ​ เป็นเรื่องนิสัย​ หรือสันดาน พอมีโอกาส​  ก็โกงกันทั้งนั้น จิตสำนึกความซื่อสัตย์ไม่มี ถึงแม้บางข้อจะไม่ตรง แต่ข้อส่วนใหญ่คือใช่  ไทยแท้ๆ เป็นแบบนี้ซะแล้ว ยอมรับความจริงไม่หลอกลวงตัวเอง...ช่วยกันปรับเปลี่ยนคุณภาพและวิถีชีวิตกันได้แล้ว คนในชาติไทย

          ขออาราธนาคุณพระรัตนตรัยซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติไทย  และพระสยามเทวาธิราชผู้คุ้มครองชาติไทย จงได้อำนวยพร และปกปักรักษาให้ประเทศชาติไทยของเราจงปลอดภัยจากสิ่งร้ายๆ ทั้งปวง แล้วพลิกฟื้นกลับขึ้นมาด้วยเถิด

                                                  21 มิถุนายน 2568

วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2564

รักแรกบทเรียนที่สอนให้ชีวิตสมบูรณ์

                             “ แล้วว่าอนิจจาความรัก        พึ่งประจักษ์ดั่งสายน้ำไหล

               ตั้งแต่จะไหลเชี่ยวเป็นเกลียวไป   ที่ไหนเลยจะไหลคืนมา ”

                                       จากเรื่อง อิเหนา  พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2

 

รักแรกคือความทรงจำ  คือ “puppy love”  ซึ่งส่วนใหญ่ในชีวิตจริงผู้คนมักจะไม่ประสบความสำเร็จกับรักแรก  ไม่ว่าตอนจบจะจากกันด้วยดีหรือไม่ก็ตาม  แต่สิ่งดีๆ ที่เราได้รับจากรักครั้งนี้ก็คือ “ความทรงจำ” ที่ต่อไปจะเป็นจุดเริ่มต้นของการรู้จักความรัก

        รักแรกคือความเจ็บปวด ใครที่ผ่านอาการอกหักมาแล้ว แต่ไม่ได้โกรธแค้นต่อกัน  เป็นรักธรรมดาที่จบลงไปท่ามกลางความสุขและความเศร้า มันก็คือ “ความเจ็บปวดแต่งดงาม” นั่นเอง

       เคยสงสัยไหมว่า ทำไมนะรักแรกของเราก็ผ่านมาเป็นสิบๆ ปี ยี่สิบปี สามสิบปีแล้ว หรือบางคนอาจจะมากกว่านี้เสียอีก แต่เรายังมีแวบๆ นึกถึงอยู่เสมอ มันยังคงอยู่ลึกๆ ในก้นบึ้งของหัวใจ …..ลองมาคิดหาคำตอบกันค่ะ

  รักครั้งแรกนั้น เขาหรือเธอคนนั้น คือคนในฝันเป็นคนที่ตรงใจ ตกหลุมรักได้ง่ายๆ เราจึงฝังใจ และคิดถึงเสมอ

           เรายังโสด เรายังเด็ก เมื่อมีความรักหัวใจก็ชุ่มฉ่ำทุ่มเทให้กับความรักในตอนนั้นจนหมดใจ ได้ร่วมทำอะไรด้วยกันเป็นครั้งแรก ดูหนังสองต่อสองครั้งแรก จับมือครั้งแรก นั่งมอเตอร์ไซด์หรือนั่งรถด้วยกันครั้งแรก หรือแม้แต่จุมพิตกันครั้งแรก  อะไรก็ตามที่เป็นครั้งแรกด้วยกันนี้เอง เป็นความทรงจำที่ยังอยู่ในใจ

           รักครั้งแรกหมายถึง “อกหัก” ครั้งแรก  เป็นความรักที่ไม่สมหวัง มันจึงทำให้เราได้สัมผัสกับการอกหักครั้งแรก

           ความทรงจำดีๆ ย่อมลบออกไปจากสมองได้ยาก รักในวัยใสเป็นความสดใส สดชื่น สวยงาม แม้ว่าตอนนี้จะไม่ได้มีความรักกันแบบนั้นแล้ว แต่ความทรงจำที่ดีๆ ร่วมกันของมนุษย์จะอยู่คู่กันไปกับเรา อาจจะดูไม่มีเหตุผลแต่มันก็เป็นเรื่องจริง เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน รักครั้งแรกที่ดีงามจะคงอยู่ในใจเราเสมอ แม้ว่ามันจะอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจจนแทบจะลืมเลือนก็ตาม แต่ก็จะมีช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตที่ทำให้เราหวนคิดถึงมันอีก ไม่ว่าจะเป็นวันนี้ พรุ่งนี้ หรือในอีกกี่สิบปีข้างหน้า เพราะรักแรกทำให้เราได้เรียนรู้รสชาติของความสุข การได้พบกับความเสียใจ ความผูกพัน และการจากลา

          เพราะฉะนั้น การผ่านการมีรักครั้งแรก จะทำให้เรามีความรักครั้งต่อไปตามมา อันเป็นความรักที่เลือกเอง ที่มีการคิดไตร่ตรองสติใช้ปัญญาเพิ่มขึ้น มุมมองที่มีเหตุผลมากขึ้น เป็นธรรมชาติ และเป็นธรรมดามากขึ้น ทำให้ชีวิตการครองคู่ เป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบตามที่ควรจะเป็น 

ไม่ใช่เรื่องผิดหากเรายังเก็บความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับรักแรกไว้ หากเมื่อใดที่มีโอกาสได้กลับมาพบเจอคนที่เป็นรักแรกในชีวิตอีกครั้งหนึ่งโดยบังเอิญของวิถีชีวิต โดยที่ต่างคนต่างก็มีวิถีทางเดินชีวิตของตนที่ตนเองได้เลือกใช้ไปแล้ว ก็นับว่าเป็นวาสนาต่อกัน ที่ได้มีโอกาสมารับรู้เรื่องราวชีวิตกันหลังจากแยกย้ายกันไปเจริญเติบโต ก่อนที่จะจากลากันไปในภพชาตินี้ 

         แต่สิ่งที่สำคัญคือ อย่าปล่อยให้เรื่องราวในอดีตมาทำลายความรักในปัจจุบันของเรา   เพราะเปลวไฟที่สวยงาม ถ้าเราสัมผัส มันจะทิ้งความเจ็บปวดไว้ให้ จงแอบมองดูความทรงจำที่ค้างอยู่ในก้นบึ้งหัวใจอย่างเงียบๆ ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการปล่อยวาง ตรองไว้เสมอว่าความรักจากการนอกใจ ไม่ได้มีความสุขสำหรับใคร เมื่อมีครอบครัวของตัวเองที่บริบูรณ์แล้ว ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อครอบครัว จงควบคุมความต้องการของตัวเอง ซ่อนอารมณ์ ซ่อนความรู้สึกไม่สมปรารถนา ความสุขหรือเศร้าที่ผ่านมาเอาไว้ ให้มันกลายเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชีวิต ความทรงจำดีๆ คือสิ่งสวยงาม แต่อย่าจ่อมจมกับเสี้ยวของความทรงจำจนลืมปัจจุบันขณะ
         เวลาของเราบนโลกมีเพียงสามวัน คือเมื่อวานที่ได้ใช้ไปแล้ว ย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงไม่ได้ วันนี้ขณะนี้ เรากำลังใช้อยู่  ดีหรือไม่ดีอย่างไรเราเท่านั้นที่รู้  พรุ่งนี้ ยังมาไม่ถึง อาจจะได้ใช้ หรือไม่ได้ใช้ก็ได้ เพื่อให้มีวันวานที่หมดจดพรุ่งนี้ที่สดใส ดังนั้นเราจึงควรทำวันนี้ให้ดีที่สุด

วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ชั้นเรียนที่ฉันเป็นโค้ช

           สามวันที่ผ่านมา  คือระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2560 ฉันได้มีโอกาสไปอบรมเพิ่มเติมความรู้ในเรื่องการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนโดยทำให้เด็กๆ ได้มีโอกาสคิดเป็น และสามารถดึงเอาความสามารถแท้มีอยู่ของเด็กๆ ทุกคนให้ออกมาจากการที่พวกเขาได้คิด ได้ทำ อย่างอิสระ โดยคณะวิทยากรผู้มีประสบการณ์ตรง ที่พวกท่านได้ลงมือทำจนประสบผลสำเร็จมาแล้ว จากโรงเรียน อบจ.เชียงราย  ฉันได้รับการติดอาวุธเครื่องมือการคิดมาถึง 10 แบบ  ซึ่งนักคิดที่คิดวิธีการเหล่านี้ขึ้นมาก่อนก็ล้วนแล้วแต่เป็นพวกฝรั่งมังค่าทั้งสิ้น ทฤษฎีและวิธีการใช้การคิดเหล่านี้ก็มีมานานแล้ว  แต่สิ่งที่ฉันได้มาเพิ่มจากวิทยากรชุดนี้ที่คิดว่าเป็นสิ่งที่น่าลองนำมาใช้ก็คือวิธีการออกแบบการสอนอย่างไรที่จะจัดการกับเด็กๆ ที่มีหลากหลายบุคลิกลักษณะ  หลายความต้องการ และความสามารถทางการเรียนรู้ก็แตกต่างกันออกไป  ตรงนี้ต่างหากที่ฉันอยากรู้  คณะวิทยากรบอกว่าต้องให้ความรักก่อนความรู้ สร้างคนดีก่อนคนเก่ง สร้างข้อตกลงในชั้นเรียนสำหรับนักเรียนทุกคนในชั้นเรียน  เช่นยกมือเพื่อแสดงการตอบหรือการถาม ถ้าครูไม่อนุญาตโดยผายมือไปที่คนนี้นๆ ก็จะยังใช้โอกาสในการพูด ถามในสิ่งที่ตนต้องการยังไม่ได้  คำชมเชยต้องออกจากปากของครูอยู่เป็นระยะๆ ตลอดเวลาในการสอน  มุ่งผลสำเร็จที่พฤติกรรมการเรียนรู้ ไม่ใช่ตัวเลขจากการประเมิน  ดังนั้นจึงได้ประเมินเชิงประจักษ์ได้อยู่ตลอดเวลาที่สอน
           วันนี้ฉันได้นำแนวคิดที่ได้รับจากการอบรมมาทดลองใช้กับนักเรียนชั้น ป.3 ที่ปกติแล้วแสนจะวุ่นวายและน่าปวดหัวไปถ้วนทั่วทุกตัวคน จำนวน 14 คน.... ฉันเริ่มด้วยขั้นตอนตามที่เรียนรู้มา มีสื่อการเรียนครบ... การสอนดำเนินไปตามวิธีการของมันไปเรื่อยๆ วันนี้ฉันมีแต่คำชมให้กับเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาทั้งหลาย  ตอบผิดก็ชม แต่ก็บอกว่าผิดไปนิดหน่อยนะ ประเมินตามสภาพจริงแล้ว เด็กได้คิดตามจุดประสงค์ที่ฉันตั้งไว้  เด็กทำงานได้ส่วนหนึ่งตามศักยภาพ การสอนเนื้อหาของฉันใช้ได้..แต่ ยังหลงเหลือเด็กที่ไม่เอาอะไรอีกสามสี่คน ที่ยิ่งได้ใจกับวิธีการแบบนี้  ยิ่งวันนี้ครูเป็นนางฟ้า (ตัวจริง) ก็สบายมาก ฉันจะนั่งเล่นการ์ด ฉันไม่เขียน ฉันจะเดินไปทั่วห้อง...อาจจะเป็นเพราะครั้งแรก  อาจจะเป็นเพราะโรงเรียนของฉันมีเด็กรวมรส ไม่ได้แยกห้องแบบโรงเรียนท่านคณะวิทยากร..อาจจะเป็นเพราะต่างๆ นาๆ คันใจ แต่จะลองสักตั้ง เพราะไม่อยากเห็นเด็กที่ไม่ได้เรียน และเรียนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว...เยอะเหลือเกิน ประเทศไทย

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560

แม่…รักแท้ที่ยิ่งใหญ่


                 วันที่  ๑๒  สิงหาคมในทุกๆ ปีเป็นวันแม่แห่งชาติ  เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9   เป็นวันหนึ่งที่ทำให้คนไทยทุกคนได้ระลึกถึงพระคุณของแม่ 

                แม่ของชาติ และแม่ของเรา  ผู้ที่มีแต่ความงดงามต่อคนเป็นลูกเสมอไม่เสื่อมคลาย  แม่คือผู้ที่ทำให้เราปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวงด้วยความรักของแม่  แม่คือผู้ที่คอยดูแลสั่งสอนเราให้เป็นคนดี  ให้เป็นที่รักของทุกคนรอบตัวอย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย   แม่ทุกคนในโลกนี้ได้ให้กำเนิดแก่ลูก   และให้ความรักแก่ลูกมาตลอด  เป็นผู้ให้ทุกอย่างตั้งแต่ลูกยังเล็กจนถึงวันที่ลูกเติบโตแม่ก็ยังให้อยู่เสมอ  ท่านคอยดูแลฟูมฟักให้ลูกแข็งแรง จนสามารถช่วยเหลือและดูแลตนเองได้ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แม่ก็ยังอยากทำให้ลูก ลูกทุกคนคือลูกน้อยที่แม่รักตลอดชีวิตของแม่  แม่คือบ่อเกิดแห่งความรักของโลกนี้  เป็นความรักที่บริสุทธิ์  เป็นความรักที่เสียสละ ให้แต่สิ่งดีแก่ลูกที่รัก  แม่คือนางฟ้าวิเศษที่แสนจะงดงาม ประจำตัวของลูกๆ ทุกคน  แม่เป็นทุกสิ่ง ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดในโลกนี้  ดังนั้นลูกๆ ควรมาทบทวนกันว่า ลูกรักแม่เท่าครึ่งหนึ่งที่แม่รักลูกแล้วหรือยัง  มีครั้งใดไหมที่ทำให้แม่เสียใจ  ถ้ามีสักเพียงครั้งหนึ่งนั่นก็คงจะเป็นบาปอย่างมหันต์แล้ว
                ในวันนี้เป็นวันแม่แห่งชาติ จึงควรถือโอกาสนี้บอกรักแม่ ดูแลเอาใจใส่แม่ของเรา ไม่ทำให้ท่านเสียใจและร้องไห้  ดอกมะลิสัญลักษณ์ประจำวันแม่ที่หอมละมุน ขาวบริสุทธ์เพียงดอกเดียว ไม่อาจจะทดแทนพระคุณของแม่ได้หมด  ดังนั้น การเป็นลูกที่ดี ทำในสิ่งที่ดี เป็นคนดีของสังคม คงจะเป็นการทดแทนพระคุณล้ำค่าของแม่ได้บ้าง การรักแม่ไม่ใช่รักแค่วันเดียว ต้องรักและมีความกตัญญูกตเวทีต่อท่านตลอดไป ตอบแทนพระคุณแก่ท่าน  และทำความดีเพื่อแม่กันค่ะเรารักแม่   แม่คือรักแท้ที่ยิ่งใหญ่ของโลกนี้
                                                                                        ราวัลย์  ชูชาติวรรณกุล
                                                                                          ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๐





วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

“ภาษาไทย ภาษาทองของชาติ”

          วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ของทุกๆ ปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9  ทรงมีพระราชดำรัสไว้ว่า ภาษาไทยเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ ภาษาทั้งหลาย เป็นเครื่องมือของมนุษย์ชนิดหนึ่ง คือเป็นทางสำหรับแสดงความคิดความเห็นอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งสวยงามอย่างหนึ่ง เช่นในทางวรรณคดี เป็นต้น  ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาให้ดี  ประเทศไทยนั้นมีภาษาของเราเองซึ่งต้องหวงแหน” 
          ศาสตราจารย์ ฐะปะนีย์  นาครทรรพ  นักวิชาการด้านภาษาไทยชั้นยอด ของประเทศไทยผู้ล่วงลับไปแล้ว  ได้กล่าวถึงคุณค่าของภาษาไทยที่มีต่อคนไทยและชาติไทย ไว้ 8 ประการ คือ ใช้เป็นสื่อกลาง เสริมสร้างวัฒนธรรม    สำแดงเอกลักษณ์ พิทักษ์เอกราช ประสาทวิทยา พัฒนาความคิด กอบกิจการงาน  และ ประสานสามัคคี….
          ถอดใจความถึงคุณค่าของภาษาไทยได้ว่า ภาษาไทยใช้เป็นสื่อในการพูดการเขียน  ทำให้ได้สร้างวัฒนธรรมที่ดีงาม คงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย  มีความเป็นเอกราชในส่วนตน  ภาษา
ทำให้เกิดความรู้ พัฒนาการคิด ใช้เป็นภาษาติดต่อราชการ และทำให้เกิดความสามัคคีรักชาติ เพราะเราใช้ภาษาเดียวกัน
          ภาษาไทยเป็นภาษาที่สวยงาม ไพเราะ น่าฟัง เพราะมีเสียงวรรณยุกต์สูง-ต่ำคล้ายกับเสียงดนตรี  เมื่อนำมาเรียงร้อยเป็นบทประพันธ์ต่าง ๆ ก็แสนจะไพเราะ ดังเช่นที่ ท่านศาสตราจารย์ฐะปะนีย์  นาครทรรพ  ได้เคยกล่าวไว้ว่าการที่ภาษาไทยอยู่คงทนมาจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากคุณลักษณะที่ดีของภาษาไทย มี 8 ประการคือ ใช้อักษรแทนเสียง สำเนียงดุจดนตรี มีระดับของภาษา พัฒนาตามกาลสมัย ใช้วิธีเรียงคำ สำนวนไทยหลากหลาย   เขียนจากซ้ายไปขวา และ รสภาษาสุนทร
          “ภาษาไทย” เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นไทย แสดงถึงเอกลักษณ์ของตน ให้แตกต่างไปจากชาติอื่น เราควรภูมิใจที่เรามีภาษาเป็นของตัวเอง ควรตระหนักว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่สำคัญที่สุด ถึงแม้ว่าภาษาที่สอง จะมีความสำคัญต่อการประกอบอาชีพสำหรับประเทศไทยยุค 4.0 ในปัจจุบันและอนาคต แต่ตราบใดที่เรายังอยู่บนพื้นแผ่นดินไทย เป็นคนไทย เราจึงควรจะอนุรักษ์และสืบทอดความงดงามของภาษาไทย โดยการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง อ่านให้ถูก เขียนให้คล่อง พูดให้เป็น เพื่อภาษาไทยของเราจะคงอยู่เป็นสมบัติของชาติและลูกหลานรุ่นหลังต่อไป
                      ภาษาไทย ภูมิปัญญา ภาษาชาติ        
              ศิลปศาสตร์ สื่อสาร พูดอ่านเขียน
           เป็นแก่นแท้ หัวใจ ของการเรียน                   
           ควรพากเพียร รู้จัก อักขรวิธี
                 ยี่สิบเก้า กรกฎา ร่วมสร้างสรรค์                   
           ร่วมใจกัน  สื่อสาร  ถูกวิถี
           อักษรศิลป์ วจีร้อย บทกวี                           
           สมศักดิ์ศรี ภาษาทอง ของคนไทย     

                         ราวัลย์  ชูชาติวรรณกุล 
                         4 กรกฎาคม 2560 

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

ความปรองดองสมานฉันท์ สร้างสรรค์ชาติ

                            ในวันนี้อยากเห็นคนมีรัก         ให้ดวงพักตร์เปี่ยมสุขทุกข์ห่างหาย
มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขกาย              ไม่แบ่งฝ่ายย้ายทิศผิดกระบวน

          สังคมไทยแท้ของเรามีความร่มเย็นเป็นสุขทุกคืนวันมาช้านาน  มีความอบอุ่น เอื้อเฟื้อเกื้อหนุนกันมา  จนอยู่ในสายเลือดของความเป็นไทย  คนไทยมีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะร่วมกันอย่างมีความสุข  และแล้ววันหนึ่งก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิด คือคนไทยเกิดการทะเลาะกันเอง ด้วยข้อคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลของตนเอง ไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน มีแต่ความเคืองขุ่น ด้วยคำพูดของแต่ละฝ่าย คนไทยจึงมีแต่ความทุกข์ และความหวาดระแวงว่าใครจะเป็นคนอยู่ข้างฝ่ายใด
          ปัญหาความแตกแยกในสังคมไทยนี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของบ้านเมือง  ต่อความสงบสุขของประชาชน  และต่อความเชื่อมั่นของนานาประเทศ  ลึกๆ แล้วคนไทยทุกคนมีแต่ความระทมทุกข์
อยู่ในจิตใจ
                             ถ้าคนไทยไม่รักกันมันคงสิ้น          ผืนแผ่นดินถิ่นที่อยู่อาศัย
                    เคยร่มเย็นเป็นสุขทุกข์ห่างไกล                ต่อนี้ไปจะอยู่ได้อย่างไรกัน

          เราคนไทยทุกคน ต้องมีความปรองดอง คือประนีประนอม ยอมกันบ้าง  ยอมรับข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันด้วยไมตรีจิต  มีความเคารพในความแตกต่างทางความคิด ความแตกต่างทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ ศาสนา แล้วร่วมใจกันสร้างควมสมานฉันท์ คือความพอใจร่วมกัน และมีความเห็นพ้องกัน  ถึงเวลาแล้วนะที่คนไทยทุกคน ต้องรักบ้านเมืองของเราเหนือข้อขัดแย้งใดใด 

          เราควรร่วมมือร่วมใจกันเสียสละเพื่อส่วนรวม และใช้หลักคุณธรรมในการคิด และการกระทำทุกๆ ด้าน ในการดำเนินชีวิตของเรา  คนเกิดมาแล้วก็จะต้องละจากโลกนี้ไปด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งไม่ทราบได้ว่าเมื่อใด สิ่งที่จะเป็นที่พึ่งได้ก็คือความดี ที่สะสมไว้ตั้งแต่ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ ต่างคนต่างก็จะเป็นคนดี  มีเมตตาต่อกัน เกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ไม่ประทุษร้ายกันด้วยกาย ด้วยวาจา
ประเทศไทยของเราก็จะเป็นประเทศที่น่าอยู่ เพราะมีแต่คนดี  คิดดี พูดดี ทำดี  เราต้องร่วมกันพัฒนาสร้างสรรค์ชาติไทยของเราให้เจริญรุ่งเรือง เพื่อซ่อมแซมสังคม และก้าวเดินไปในสากลอย่างมีความสุขแบบวิถีไทย  ความปรองดองสมานฉันท์ สร้างสรรค์ชาติ 
                                                                                          ราวัลย์  ชูชาติวรรณกุล