กรองร้อยถ้อยคำ

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ดอกไม้

                                                     ดอกจำปี

     ดอกจำปีหอมฟุ้งจรุงกลิ่น             ภมรบินเวียนใกล้ใคร่หอมหวน

กลีบงดงามเด่นตาสีขาวนวล               ช่างเชิญชวนเชยชิดพินิจมอ

เปรียบอิตถีสตรีเพศผู้แสนสวย            สง่าด้วยความดีไม่มีหมอง
ใครอยู่ใกล้สบายจิตคิดหมายปอง         แนบเนื้อน้องหนึ่งนุชนี้นางเดียว         



                                              กล้วยไม้


แม้กล้วยไม้ไร้กลิ่นและสิ้นหนาม      แต่แสนงามยามยลช่างสดใส
สีม่วงสวยแข็งแรงทั้งกลีบใบ            สง่าได้เพราะล้ำค่าเวลาบาน


          กล้วยไม้ขาดกลิ่นแท้            ยังงาม

สวยเด่นทุกครายาม                        ยื่นให้

หลากพันธุ์ที่ลือนาม                        ไปทั่ว

บอกบ่งกล่าวขานไว้                        ว่าล้นราคา

          เรียกอีกนามหนึ่งเอื้อง          โสภี

ผุดผ่องดังสตรี                                เด่นแล้ว

เปรียบราวกับอิตถี                          แสนสง่า

คุณค่าอันเพริศแพร้ว                      เช่นเอื้องไม้งาม




    กระเทียมเถา



      กระเทียมเถาคอยเฝ้าดูเจ้าสว    ก่อนจะม้วยขอภาพไว้ให้ได้เห็น

กาลิคไวน์ชื่อเน้นเช่นกลิ่นเป็น           สีม่วงเด่นกลีบอ่อนงามยามมองดู

ปีละครั้งในสวนของบ้านฉัน               ไม่กี่วันพลันร่วงจากพวงหรู 

จากสีขาวชมพูม่วงแล้วร่วงพร            ให้ได้รู้อนิจจังอนัตตา




ลูกหอม

       ลูกหอม ของไทยแท้แต่กาลก่อน
โชยอ่อนอ่อนสดใสใบเตยกรุ่น
มีมะกรูด มะลิ พุด กลิ่นละมุน
โอ้..อบอุ่นดอกไม้ไทยหัตถการ





                                         พืชผักสวนครัว

      ต้นกะหล่ำตำลึงในสวนศรี             อีกผักชีสลัดสวยและต้นหอม
มะนาวผลิดอกดึงผึ้งมาตอม                 สีขาวน้อมก้านใบให้ชวนดู
ทั้งขิงข่าพริกตะไคร้ใช่ทั้งสิ้น              ทรัพย์บนดินปลูกไว้ได้เลิศหรู
ช่วยเก็บกินแบ่งขายได้เรียนรู้               กิจเฟื่องฟูของพวกหนูคู่พอเพียง


                                                กุหลาบ
       กุหลาบหนามสีสวยรวยกลิ่นหอม
ภมรตอมตามติดพิสมัย
ตลบฟุ้งกำจรกระจายไกล
ดั่งอรทัยงามเด่นเช่นมัทนา



วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559

กาพย์ห่อโคลงถวายความอาลัย

กาพย์ห่อโคลงถวายความอาลัย
ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช
เนื่องในโอกาสบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร  ครบ ๕๐ วัน

                                           องค์ภูมินทร์สั่งฟ้า             ลาไกล
                                    นองท่วมน้ำตาไหล                  ทั่วหน้า
                                    คิดถึงพ่อดวงใจ                       หดหู่
                                    แสงส่องดับโลกหล้า               สู่ห้วงพิมาน

เจ็ดสิบ ปีครองราชย์                ธ เปรื่องปราชญ์ ในทุกด้าน
            ทุกถิ่น ที่กันดาร                                  เหนืออีสาน ใต้กลางไป
            เสด็จ ทุกถิ่นที่                                     ชุบชีวี ประชาไทย
            เสโท  หยาดหยดไหล                          ภูวไนยฟื้น ผืนแผ่นดิน
            โครงการ ทั่วทุกทิศ                             เปลี่ยนชีวิต การอยู่กิน
            โหยหิว หายหมดสิ้น                            ทั้งแผ่นดิน ผาสุกกาย
            ราชา องค์ทรงธรรม                             อบอุ่นล้ำ บารมีไกล
            ปกเกล้า เหล่าข้าไท                             ร่มเย็นใน บ้านของเรา

                                                จารึกในแผ่นหล้า         ปฐพี
                                    ไทยมุ่งสืบความดี                    ท่านให้
                                    สำนึกแน่วสามัคคี                   อบอุ่น
                                    มอบแด่ทรงธรรมไท้                สู่ด้าวแดนสรวง

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า นางราวัลย์  ชูชาติวรรณกุล
๑ ธันวาคม ๒๕๕๙



วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เข้าวัดเพราะแม่นำทาง

                         
                      เข้าวัดและกอบสุข           
                              นิระทุกข์เจริญใจ
                      ทิ้งสิ่งสิหมองไหม้            
                              ระอุกายและปล่อยวาง
                      แม่เราสินำบุญ               
                              ทนุหนุนให้ถูกทาง
                      ครอบครัวมิอ้างว้าง          
                              ก็สว่างในทางเดิน
                      ขอบคุณพระในบ้าน         
                              เยาวมาลย์น่าสรรเสริญ
                      กราบเท้าพระแม่เทอญ     
                              สติแผ้วประนมกร

                                         อินทรวิเชียรฉันทร์ ๑๑   
                                             ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สิ้นในหลวงรัชกาลที่เก้า



ขอถวายกราบบังคมก้มแทบบาท        อภิวาทพระวิญญาณพ่ออยู่หัว
อัสสุชลรดพสุธาฟ้ามืดมัว                           สั่นระรัวเศร้ากำสรดสลดใจ
แถลงการณ์สื่อสารสังหารจิต                       ทุกชีวิตชาวประชาสะเทือนไหว
พระภูมินทร์สิ้นแล้วแกล้วชาวไทย                 เสียงร่ำไห้รำพันพิลาปครวญ
เร็วยิ่งนักมาถึงวันนี้แล้ว                             ร่มโพธิ์แก้วนิราศไปให้กำสรวล
องค์จอมราชปราชญ์ธาตรีชนทั้งมวล             ข้าบาทล้วนสำนึกคุณอนันต์
พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ                     จงมโนชญ์เสด็จด้าวแดนสวรรค์
รักของพ่ออยู่คู่หล้านิจนิรันดร์                      โอวาทท่านจะยิ่งใหญ่ไม่เลือนเอย

                      ขอน้อมเกล้าฯ ส่งเสด็จพระองค์ สู่สวรรคาลัย
                                  ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
                                  ข้าพระพุทธเจ้า   นางราวัลย์  ชูชาติวรรณกุล
                                                             ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙  เวลา ๒๓.๐๐ น.
                   
                   

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รกหญ้าหรือรกใจ





                                 อันพงหญ้าป่าชื้นย่อมดื่นหญ้า   ชุ่มธาราฉ่ำฝนจนดกเขียว 
                            แต่ขัดใจคนอยู่เลยจริงเจียว           ต้องลงเคียวเกี่ยวหญ้าหายคาใจ
                            อันใจรกพกไว้ภายในขุ่น               ชุลมุนวุ่นจิตไม่สดใส
                            ให้หยุดคิดค้นลึกถึงข้างใน             กำหนดใจอย่ากระโจนลงตะกอน 
                            ถ้าทำได้เช่นนี้จึงสงบ                  ท่านจะพบความสุขตามคำสอน
                            รกพงหญ้าหาเครื่องตัดตามขั้นตอน   ลดรุ่มร้อนบั่นทอนใจให้นิ่งตรอง
                        









วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

คันใจจริง




          อยากร้องไห้ทุกวันปั้นปอสี่        อีกทั้งมีขำขันให้ได้หัว 
แต่อย่างนี้ทุกวันครูแสนกลัว               เพราะเจ้ามัวทำสิ่งใดไม่รู้เลย
วันนี้สอนเพื่อสรุปขึ้นเรื่องใหม่            โอ้ไม่ไหวต้องทำใจกล้าเปิดเผย
จะสอนเจ้าอย่างไรครูไม่เคย                พอครูเอ่ยเรื่องใดใดเจ้าไม่รู้
เกือบทั้งห้องผองเพื่อนทั้งสิบห้า          อีกดวงตาบ้องแบ๊วของหนูหนู
ทั้งควบกล้ำอักษรนำคลำงูงู                มีทั้งผู้ไม่รู้กลุ่มไตรยางค์
วิงเวียนเอ๋ยวิงเวียนเปลี่ยนการคิด        ตัวครูผิดกระบวนสอนไม่สว่าง
หุหุหุ!!! คันใจหนอขอปล่อยวาง          ค่อยค่อยสร้างเจ้าต่อไปเด็กไทยเอย

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

ความปรองดองสมานฉันท์ สร้างสรรค์ชาติ

                            ในวันนี้อยากเห็นคนมีรัก         ให้ดวงพักตร์เปี่ยมสุขทุกข์ห่างหาย
มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขกาย              ไม่แบ่งฝ่ายย้ายทิศผิดกระบวน

          สังคมไทยแท้ของเรามีความร่มเย็นเป็นสุขทุกคืนวันมาช้านาน  มีความอบอุ่น เอื้อเฟื้อเกื้อหนุนกันมา  จนอยู่ในสายเลือดของความเป็นไทย  คนไทยมีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะร่วมกันอย่างมีความสุข  และแล้ววันหนึ่งก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิด คือคนไทยเกิดการทะเลาะกันเอง ด้วยข้อคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลของตนเอง ไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน มีแต่ความเคืองขุ่น ด้วยคำพูดของแต่ละฝ่าย คนไทยจึงมีแต่ความทุกข์ และความหวาดระแวงว่าใครจะเป็นคนอยู่ข้างฝ่ายใด
          ปัญหาความแตกแยกในสังคมไทยนี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของบ้านเมือง  ต่อความสงบสุขของประชาชน  และต่อความเชื่อมั่นของนานาประเทศ  ลึกๆ แล้วคนไทยทุกคนมีแต่ความระทมทุกข์
อยู่ในจิตใจ
                             ถ้าคนไทยไม่รักกันมันคงสิ้น          ผืนแผ่นดินถิ่นที่อยู่อาศัย
                    เคยร่มเย็นเป็นสุขทุกข์ห่างไกล                ต่อนี้ไปจะอยู่ได้อย่างไรกัน

          เราคนไทยทุกคน ต้องมีความปรองดอง คือประนีประนอม ยอมกันบ้าง  ยอมรับข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันด้วยไมตรีจิต  มีความเคารพในความแตกต่างทางความคิด ความแตกต่างทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ ศาสนา แล้วร่วมใจกันสร้างควมสมานฉันท์ คือความพอใจร่วมกัน และมีความเห็นพ้องกัน  ถึงเวลาแล้วนะที่คนไทยทุกคน ต้องรักบ้านเมืองของเราเหนือข้อขัดแย้งใดใด 

          เราควรร่วมมือร่วมใจกันเสียสละเพื่อส่วนรวม และใช้หลักคุณธรรมในการคิด และการกระทำทุกๆ ด้าน ในการดำเนินชีวิตของเรา  คนเกิดมาแล้วก็จะต้องละจากโลกนี้ไปด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งไม่ทราบได้ว่าเมื่อใด สิ่งที่จะเป็นที่พึ่งได้ก็คือความดี ที่สะสมไว้ตั้งแต่ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ ต่างคนต่างก็จะเป็นคนดี  มีเมตตาต่อกัน เกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ไม่ประทุษร้ายกันด้วยกาย ด้วยวาจา
ประเทศไทยของเราก็จะเป็นประเทศที่น่าอยู่ เพราะมีแต่คนดี  คิดดี พูดดี ทำดี  เราต้องร่วมกันพัฒนาสร้างสรรค์ชาติไทยของเราให้เจริญรุ่งเรือง เพื่อซ่อมแซมสังคม และก้าวเดินไปในสากลอย่างมีความสุขแบบวิถีไทย  ความปรองดองสมานฉันท์ สร้างสรรค์ชาติ 
                                                                                          ราวัลย์  ชูชาติวรรณกุล